album:กาลครั้งหนึ่งเพิ่งผ่านมา ณ รพช.แม่สรวย (Part V)
ขึ้นเดือนใหม่ กลัวว่าจะหาปฏิทินย้อนอ่านไดอารี่ของPartก่อนๆไม่เจอ ก็เลยลงลิงค์ให้เน้ออ
Part I >> http://aloha.diaryis.com/2010/03/17
Part II >> http://aloha.diaryis.com/2010/03/18
Part III >> http://aloha.diaryis.com/2010/03/28
Part IV >> http://aloha.diaryis.com/2010/03/30
DAY 6 (13/03/2010) >> เที่ยวกันลั๊นลา...
วันเสาร์วันหยุด พวกเราก็แพลนกันไปเที่ยวอ่าค่ะ ติดต่อรถตู้ชั้นดีด้วยราคาสุดโหด ซึ่งจุดหมายหลักๆของพวกเราก็เป็น The Must ของจังหวัดเชียงรายนั่นก็คือ "ดอยตุง" และ "แม่สาย" (ต้องบอกก่อนว่าไดวันนี้มีแต่รูปเราเองแหละ ออกแนว self-portraitซะมาก ใครเบื่อหน้าเราก็ทนๆเอานิดนึงนะคะ หุหุ!)
.
.
.
ที่หมายแรกค่ะ จริงๆแล้วอยู่นอกแพลน แต่ว่าอยู่ในเส้นทาง ไหนๆก็มาแล้ว แวะซะหน่อย!
มันเป็นอะไรที่วิจิตรมาก
reflection
เพิ่ลๆ
คือมันมีรายละเอียดในทุกซอกทุกมุมทุกโค้งทุกเว้า น่าทึ่งอ่า
แถวๆทางขึ้นโบสถ์ ว่ากันว่าเป็นมือจาก"นรก"
อลังสมชื่อคนสร้างวัดนี้จริงๆค่ะ อาร์ตตัวพ่อเจงๆ
อยู่วัดร่องขุนได้ไม่นานก็เดินทางต่อ ประมาณชั่วโมงนิดๆก็ถึงจุดหมายต่อไป"ดอยตุง"นั่นเอง ในภาพคือเรากำลังไต่ขึ้นดอยตุงกันอยู่ค่ะ เส้นทางก็ยังวกไปวนมาตามสไตล์ แต่ก็ดีกว่าขึ้นวาวีร้อยเท่า
ถึงแร้วๆ แต่นี่เป็นเพียงทางเข้าเท่านั้นนะ
จะเข้าชมได้ต้องซื้อบัตรค่ะ สนนราคา 160 บาท ไปได้ 3 ที่คือพระตำหนัก สวนแม่ฟ้าหลวง และหอแห่งแรงบันดาลใจ
ทางขึ้นพระตำหนัก บรรยากาศดีมาก
เดินชิลๆ วิวงามๆ อากาศสบายๆ
และแล้วก็มาถึงค่ะ พระตำหนักที่สมเด็จย่าเคยประทับ
ด้านหน้าพระตำหนักเป็นสวนที่สวยมาก
มองไปไกลสุดลูกหูลูกตา
เหม่ยจ๋า!! หันมาหน่อยสิ(วะ)
มุมเดิม ขอมั่ง
บานนนน!!!
กับพระตำหนัก
ตอนที่เราไปอ่าเค้าปรับปรุงพระตำหนักอยู่บางส่วน เสียดายย!
จะบอกว่าดอกไม้ที่นี่สวยมาก แต่ถ้าถ่ายออกมาแล้วดูชั้นต่ำก็ต้องขออภัยนะคะ
ด้านหลังพระตำหนัก
ระเบียง
จากระเบียงด้านหลังพระตำหนัก ถ้ามองออกไปก็จะเป็นเยี่ยงนี้ ถ้าไม่มีฝุ่นควันล่ะก็ งามโคตรรร!!
หนูเอ๊งง!!!
กลับมาแถวๆหน้าพระตำหนักอีกครั้ง
และอีกครั้ง
สาวเหม่ย!
กำลังจาลงจะพระตำหนัก แล้วมูฟไปที่สวนแม่ฟ้าหลวง
อยู่ในโหมดแรด!
ลมพัด ผมปลิว ธรรมชาติม๊ะ? (ธรรมชาติลงโทษ!)
ทางเดินลงไปสวนแม่ฟ้าหลวง
อธิบายไม่ถูกอ่า คือว่าสวยแม่ฟ้าหลวงจะมีหลายโซนอ่านะ นี่ก็เป็นหนึ่งโซนเรียกน้ำย่อยก่อนที่จะเดินไปถึงโซนอลังฯ
สาวเหม่ยsheไม่ค่อยหันมาให้กล้องอ่าค่ะ เราก็เลยแกล้งถ่ายแต่สาวเหม่ยเนี่ยแหละ
เพิ่ลๆอีกครั้ง
อารมณ์ประมาณสวนกลางน้ำ
อย่างที่บอกว่าชอบแกล้งเหม่ย
เหอๆ เห็นเค้ามั๊ยเนี่ย? เล็กเกิ๊นนน
มาอีกโซนนึงละ ถ้าอังกฤษมี Londod Eye และถ้าสิงคโปร์มีSingapore Eye งั้นเจ้านี้ต้องเรียกว่า "Doi tung Eye" แล้วล่ะ
แบบเต็มๆ อ้อ...ลืมบอกไปว่ามันหมุนได้จริงๆนะ
บอกแล้วว่าวันนี้รูปเค้าเยอะ ยังเหลืออีกเพียบ 55+
นั่น! ยังไม่ทันจะขาดคำ 55+
กาแฟดอยตุง >> ร้านกาแฟที่น่ารักที่สุดในโลก (ได้ข่าวว่าร้านcoffee in love ที่ปายก็สวย จริงป่าว?)
น้องทราย! คุณแม่โทรตามให้ไปชุมนุมเสื้อแดง เย้ยยย!! บ้าไปแล้วว!!! ล้อเล่นนะ
ดอกไม้สวยยย ต้องถ่ายๆๆ
ขอสักรูปที่เทอจะยิ้มหวานๆให้กล้องชั้น..............................ไม่มี
ต้องหยั่งงี้สิ!
หน้ากลม จมูกบาน ปากเบี้ยว ครบสูตรเลยค่ะ
นี่ก็อีกโซนนึงค่ะ (ชักเริ่มงงว่าโซนไหนเป็นโซนไหนแร้ว มั่งบ้างอะไรบ้างนะคะ!)
เรากะดอกกล้วยไม้ กล้วยไม้หมองไปถนัดตา โฮะๆๆ
จะกินละน๊า!!! อ้ามมมมมมมมม!!!
เปลี่ยนจากกินมาเป็นดมน่าจะดูสร้างสรรค์กว่า
โซนถัดมาค่ะ water arch (Named By Nanny911 55+) ลอดผ่านได้ เปียกนิดหน่อย
พอเป็นไอเดีย!
เอ่ออ เบื่อหน้ากันละยังเนี่ยยย ขออภัยที่ไดวันนี้หาสาระไม่ค่อยจะได้
และแล้วก็มาถึงสำหรับโซนไฮไลต์ของที่นี่ คือแบบของจริงเป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก อยากให้ภาพที่ผ่านเลนส์เห็นเหมือนกับที่ตาเห็นจริงๆ คือมันจะตระการตากว่านี้ 426 เท่า
มันคือสวรรค์บนดินชัดๆ ควรค่าแก่การมาเยือนซักครั้งในชีวิต
ประติมากรรมแห่งแรงบันดาลใจ >> symbolของที่นี่ก็ว่าได้ค่ะ
จั๊งซี่มันต้องถ่ายๆๆๆๆๆ
เผื่อจะดูอาร์ตขึ้น
ใครเป็นใครก็ส่องกันดูละกันเน้อออ!
ต้นอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน คล้ายๆซากุระ ถ่ายไว้เผื่อเอาไปบอกใครว่าไปญี่ปุ่นมาก
ตั้งใจจะให้ออกมาแนวๆ แต่ไหงออกมาดูหลอนๆฟระ?
รูปนี่หวังว่าจะไม่หลอนนะ!
พักเหนื่อยค่ะ แบบว่าเดินกันตลอดตั้งแต่ประมาณ 9 โมงจนเกือบเที่ยง
กำลังจะขึ้นมาจากสวน
และก็กำลังจาขึ้น
อุตส่าห์มาถึงดอยตุงก็ต้องหากาแฟดอยตุงดื่มถึงจะอินใช่มั๊ยคะ?
มันใหญ่มาก
แล้วมันก็น่ากินมากด้วยยยยยยย!!!
และแล้วก็ได้มันมาครอบครอง อร่อยเย็นชื่นใจจริง กินแล้วเคลิ้ม (ว่าแล้วก็ปาดเหงื่อกับราคาแก้วละเฉียดร้อย เอิ๊กส์!)
ก่อนจะกลับก็แวะช้อปที่shopของร้านดอยตุงเล็กน้อย
พวกเราลงจากดอยตุงก็เที่ยวกว่าๆแล้ว พี่คนขับรถเลยพาพวกเรามากินข้าวกันที่เชิงดอย มื้อนี้เป็นข้าวซอยร้านดังค่ะ
ข้าวซอยเนื้อ หน้าตาเป็นเยี่ยงนี้
เค้าว่าเป็นร้านขึ้นชื่อ แต่สำหรับเราไม่ผ่าน เป็นอะไรที่ทั้งเผ็ดและจืดในเวลาเดียวกัน! (นี่เป็นความเห็นส่วนตัวนะ คนอื่นอาจจะคิดไม่เหมือนกัน)
จุดหมายต่อไปของเราก็คือตลาดแม่สายค่ะ ใช้เวลาเดินทางจากดอยตุงประมาณครึ่งชั่วโมงเศษ ก่อนจะข้ามฝั่งต้องทำเอกสารผ่านแดนที่อำเภอก่อน ค่าธรรมเนียม 30 บาท จากนั้นเป็นพิธีการทางศุลกากรที่ด่านเล็กน้อยก็เป็นเสร็จเรื่อง
พวกเราพร้อมที่จะข้ามไปฝั่งพม่าและพร้อมที่จะช้อปแร้วค๊า!!!
ที่นี่มีอะไรแบบที่เห็นในรูปเยอะมาก ไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่ง มีครบหมด หาเรื่องอะไร ปีไหน ซีซั่นเท่าไหร่ รับรองที่นี่มีชัวร์ค่ะ ร้านที่เห็นนี่ยังเล็กๆ เข้าไปลึกๆขายกันเป็นล่ำเป็นสันเลยทีเดียว (มีรูปในแม่สายแค่รูปเดียวนะ แบบว่าไม่อยากล้วงกล้องเข้าๆออกๆ กลัวหายอ่าค่ะ อีกอย่างก็คือคนเยอะ หยิบจับอะไรไม่ถนัด อ้อ..ดูของเพลินด้วย ไม่มีอารมณ์ถ่ายรูป)
.
.
แม่สายเป็นแหล่งช้อปที่ขึ้นชื่อเรื่องของก๊อปของเก๊อ่าค่ะ ทั้งแผ่นหนัง แผ่นเพลง เครื่องใช้ไฟฟ้า ไอพอด ไอโฟน เสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนม พี่แกก๊อปซะเกลี้ยงเลย คุณภาพก็อีกเรื่องนึงนะ อยากได้อะไร แบบไหน ราคาเท่าไหร่ก็พิจารณากันเอาเองละกัน ส่วนเราขอบายค่ะ!
เดินกันจนทั่ว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ปาเข้าไป 4 โมงแล้วอ่ะ ก็เลยกลับกันดีกว่า (รูปนี้นั่งถ่ายในรถ)
รูปนี้feedbackดีค่ะ อิอิ!
ตอนขากลับพวกเราก็แวะทานข้าวเย็น ณ ร้านขึ้นชื่อแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงราย และก็เป็นอีกครั้งที่ต้องผิดหวังกับรสชาติ
น้ำพริกอ่อง ผักสด แคบหมู จานนี้ให้ C และกัน กินแคบหมูเป็นส่วนใหญ่
แหนมผัดไข่ และซี่โครงย่าง + เนื้อสันย่าง + ไส้อั่วย่าง แต่ละจานเอาไป B+ค่ะ อาหารพื้นๆให้ความรู้สึกทั่วๆไป
ลาบคั่ว จานนี้ติด E ไปเรยยย ไม่ผ่านอย่างแรงงง
.
.
.
.
กินข้าวเสร็จก็นั่งรถกลับบ้านกันค่ะ ใช้เวลาอีกเกือบๆ 2 ชั่วโมง กว่าจะถึงบ้านก็เกือบทุ่มแล้ว
ได้ไพ่พลาสติกจากแม่สายมา 1 สำรับด้วยราคาเพียง 15 บาท ก็ตั้งวงเล่นแบบไม่คิดไรมาก
ก็เล่นกันขำๆก่อนนอนอ่านะคะ
.
.
.
.
.
จากนั้นเราก็อาบน้ำ ดูทัดดาว แล้วก็นอน นับว่าเป็นอีกหนึ่งวันที่ดูดพลังไปเยอะทีเดียว แต่สิ่งที่ได้ก็คุ้มค่าดีค่ะ
DAY 7 (14/03/2010) >> อยู่บ้านกันลั๊นลา...
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ว่างๆ ว่างแบบ 100 % ครั้งแรก ตื่นมาก็กินข้าวเที่ยงได้เลยประมาณนั้นอ่าค่ะ ก็ออกไปกินข้าวกัน กลับมาก็ดูทีวีทั้งบ่าย ตอนเย็นก็คิดกันว่าจะกินอะไรกันดี ด้วยความที่เบื่อข้าวฟรีโรงครัว หรือแม้แต่ซื้อกินจากร้านข้าวในโรง'บาล พวกเราก็เลยตัดสินใจกันว่าจะออกไปหาอะไรกินที่ 7-11ที่ใกล้ที่สุด นั่นคือห่างจากบ้าน 1 กิโลเมตรพอดิบพอดี เอาวะ! โลเดียวเอง ไปกลับ2โล เดินเล่นชิวๆตอนเย็นๆลมดีๆก็น่าจะโอเคอยู่ สรุปว่าเย็นวันนั้นพวกเราก็ได้อาหารจาก 7 - 11 เนี่ยล่ะค่ะ
1 กิโลเมตรจากป้ายหน้าปั๊ม ปตท. ที่มี 7 - 11 ถึงโรง'บาลอันเป็นที่พักของเรา
.
.
.
.
.
อีก 1 วันว่างๆที่กำลังผ่านไปค่ะ พรุ่งนี้ก็คือสิ่งที่ต้องทำและรับผิดชอบที่วนกลับมาอีกครั้ง
ส่วนพรุ่งจะทำอะไร และจะเป็นยังไงนั้น Part VIจะมาเล่าให้ฟังนะค๊า





















































































